[รีวิว] Things To Come ชีวิตนี้มีความสตรอง

หนังดราม่า Drama Movie เรื่อง Things To Come ชีวิตนี้มีความสตรอง

Things To Come ชีวิตนี้มีความสตรอง ภาพยนตร์ โดย Mia hansen-love ขวัญใจนักดูหนังรุ่นใหม่ซึ่งเปรียบได้เป็น Eric rohmer หรือ Woody allen ในร่างหญิงแสดงนำโดยดาวค้างฟ้าแห่งฝรั่งเศส อิซาเบล อุปแปร์ ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของผู้หญิงไม่ว่าจะอยู่ ณ จุดใดคุณจะผ่านมันไปได้ด้วยความสตรอง

Things To Come

ถ้าคุณชื่นชอบแนวทางของหนังยุโรปที่เล่าเรื่องช้า ๆ นิ่ง ๆ หนังที่ไม่ได้เน้นจุดพีค เล่าเรื่องชีวิตของคนธรรมดา แต่กลับเต็มไปด้วยความสมจริง ละเมียดละไม และสวยงาม เราต้องเชิญชวนให้คุณหาโอกาสมาดู Things to Come ให้ได้ เราไม่อยากให้คุณพลาดหนังเรื่องนี้จริง ๆ นี่คือแนวทางการเล่าเรื่องราวชีวิตจริงของคนธรรมดา ๆ ให้ดูชีวิตคน จากชีวิตของคนที่ต้องเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ ผู้ชมจะได้ซึมซับความรู้สึกของตัวละครที่พบเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ ในชีวิต

หนังว่าด้วยเรื่องราวของ Nathalie สาวใหญ่เธอเป็นอาจารย์สอนปรัชญา มีสามีเป็นอาจารย์สอนปรัชญาด้วยเช่นกัน เธอและสามี มีลูกด้วยกัน 2 คน และ เธอมีแม่ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าขั้นรุนแรง อยู่มาวันหนึ่ง สามีของเธอมาสารภาพว่ามีผู้หญิงอื่น ทำให้เธอตัดสินใจแยกกันอยู่กับสามี ส่วนแม่ของเธอนับวันก็ทำตัวเรียกร้องความสนใจมากขึ้นเธอต้องปลีกเวลามาดูแม่อยู่เสมอ

Things To Come

ประกอบกับที่มหาลัยที่เธอสอนก็มีนักศึกษาประท้วงเรื่องการเมืองทำให้การเรียนการสอนต้องติด ๆ ขัด ๆ ยิ่งทำให้เธอเครียด เธอมีสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้เธอยิ้มได้ และมีความสุขคือการได้เจอ และสนทนากับ Fabien ลูกศิษย์คนโปรดที่อาศัยอยู่ในป่าเพื่อเขียนหนังสือปรัชญา

โดยรวมหนังดำเนินเรื่องอย่างเรียบง่ายละเมียดละไม ไม่หวือหวา แฝงด้วยปรัชญาและเหตุการณ์เชิงสัญลักษณ์ ปล่อยให้คนดูตักตวงสิ่งที่หนังนำเสนอ ซึ่งสิ่งที่นำเสนอไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวเราเลย ล้วนเกิดขึ้นได้กับทุกคน ขึ้นอยู่ว่าแต่ละคนจะรับมือกับมันได้ดีเพียงใด บางทีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตคนเรา

Things To Come

การตั้งคำถาม การหาคำตอบ อาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป ลองใช้สัญชาตญาณของมนุษย์ เปิดหู เปิดตา เปิดใจ รับฟังรับรู้ บางทีอาจจะเจอทางออกที่ดีกว่า

รีวิว Lady Macbeth เซ็กส์ คำโกหก และ คอร์เซ็ท กับฝีมือการแสดงที่คุณต้องทึ่ง

หนังดราม่า Lady Macbeth ที่ต้องบอกเลยว่า ไม่อยากให้คุณพลาด

Lady Macbeth ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายรัสเซีย เกี่ยวกับหญิงสาวที่ถูกขายให้แต่งงาน กลับกลายเป็นเรื่องราวการแก้แค้นสุดยิ่งใหญ่ และเป็นการแนะนำดาราหญิงคนใหม่กับฝีมือการแสดงอันน่าทึ่ง

เลดี้ แม็คเบ็ธ

เลดี้ แม็คเบ็ธ

คุณไม่จำเป็นต้องไปปัดฝุ่นนิยายของ Shakespeare เพื่อเพิ่มอรรถรสก่อนดูหนังหรอก เพราะ เลดี้ แม็คเบ็ธ ที่รับบทโดย Florence Pugh ดารานำหญิงที่มีฝีมือการแสดงโดดเด่นและจะเป็นตำนานในไม่ช้านี้นั้น ไม่ใช่ Macbeth ที่เป็นราชินีจอมทรยศแห่งสก็อตแลนด์ผู้ไม่เคยชำระล้างเลือดที่ติดมือออกไปได้หมดสิ้น

เหตุการณ์ในภาพยนตร์ เลดี้ แม็คเบ็ธ นี้เกิดขึ้นในอังกฤษตอนเหนือ โดยผู้กำกับ William Oldroyd ( ผู้เปิดตัวพร้อมผลงานสุดยอดเยี่ยมในการกำกับเรื่องแรก ) เป็นคนเลือกฉากหลังนี้เอง และได้มือเขียนบทอย่าง Alice Birch มาดัดแปลงเรื่องราวจากนวนิยายขึ้นชื่อของรัสเซีย เมื่อปี 1869 เรื่อง Lady-Macbeth of the Mtsensk District ของ Nikolai Leskov

เลดี้ แม็คเบ็ธ

เลดี้ แม็คเบ็ธ

เรื่องราวเกิดขึ้นในสมัยวิคตอเรีย Katherine (Florence Pugh) หญิงสาวชาวบริติชวัย 21 ปีจากครอบครัวที่ทรงอำนาจ ถูกผู้เป็นพ่อบังคับให้แต่งงานกับ Alexander (Paul Hilton) ลูกชายวัยกลางคนของนักอุตสาหรรมผู้มั่งคั่ง แต่ Katherine ดันเกิดสนใจและลักลอบคบชู้กับ Sebastian (Cosmo Jarvis) คนรับใช้หนุ่มในบ้านของสามีเข้า

พล็อตหนังสุดเข้มข้นเต็มไปด้วยความลับ เล่ห์เพทุบาย และแผนการสุดอันตราย ท้ายที่สุดแผนฆาตกรรมก็เริ่มต้นขึ้น ‘ เลดี้ แม็คเบ็ธ ’ เป็นหนังที่ตีแผ่ด้านมืดในจิตใจของมนุษย์ตามแบบฉบับหนังฟิล์มนัวร์ ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหนังนั้นมันค่อนข้างไม่ถูกต้องเหมาะสมเอาเสียเลย โดยเฉพาะในช่วงองก์สุดท้าย มันเหมือน ผกก. Oldroyd หลงทางหลงทิศไปนิดหนึ่ง แต่ก็ได้ฝีมือการแสดงของ Florence Pugh ช่วยเอาไว้ได้ มีนักแสดงหญิงรุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอไม่มากนักหรอกนะ ที่จะมีพลังพอที่จะดึงดูดผู้ชมให้อยู่กับหนังได้ขนาดนี้ เธอคือที่สุดจริง ๆ

อย่ารอช้า คลิกดูตัวอย่างหนัง ฟรี ที่นี่ คุณจะเข้าใจเนื้อหาคร่าว ๆ และอยากดูหนังเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.rollingstone.com/movies/reviews/peter-travers-lady-macbeth-is-a-perfect-period-revenge-thriller-w491686

รีวิวหนัง Collateral Beauty : ขอเชิญพบกับหนังรวม ดาวยอดแย่ ออฟเดอะเยียร์

Collateral Beauty 2016 คอลแลทเทอรัล บิวตี้ เรื่องราวเกี่ยวกับการสร้างกำลังใจ

Will Smith นำทีมนักแสดงระดับแถวหน้ามาประชันบทบาทในหนังวันหยุดส่งท้ายปี กับเรื่องราวที่น่าเบื่อ หนังคริสต์มาสดูแล้วเจ็บปวดที่สุดแห่งยุค มันเกือบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำหนังออกมาแย่จนไม่มีอะไรให้ชื่นชมเลย แต่ให้ตายสิ ถ้า ‘Collateral Beauty’ ไม่ได้ศูนย์ดาวนะ และที่แย่ที่สุดสิ่งที่ผู้กำกับ David Frankel และผู้เขียนบทภาพยนตร์ Allan Loeb ได้ทำลงไปกับหนังวันหยุดส่งท้ายปีเรื่องนี้คือการลอยแพนักแสดง อย่าง Will Smith, Kate Winslet, Helen Mirren, Edward Norton และ Keira Knightley ไว้บนเรือที่กำลังจะจม

Collateral Beauty 2016

Collateral Beauty 2016

ขอแสดงความเสียอย่างสุดซึ้งกับ Smith ซึ่งมีบทบาทมากที่สุดในเรื่อง ดังนั้น มันจึงมีโอกาสพลาดมากที่สุด เขารับบทเป็น Howard นักบริหารโฆษณาผู้ปิดตัวเองและไม่ปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะความเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียลูก ส่วน Norton, Winslet, และ Michael Peña เล่นเป็นเพื่อนและเพื่อนร่วมงานที่ไม่อาจเข้าถึง Howard พวกเขากลัวว่า Howard จะเทบริษัทและงานของพวกเขา จากความเศร้าโศก Howard เขียนจดหมายถึง ‘ ความรัก ’ ‘ ความตาย ’ และ ‘ เวลา ’ เพราะมันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าการพูดคุย หรือ ดีล กับคนอื่นๆ

สองสาว Mirren กับ Knightley และดาราหนุ่ม Jacob Latimore เล่นเป็นคาแรคเตอร์ที่ Howard ต้องเผชิญหน้าตลอดเรื่องราวที่น่าเบื่อหน่ายของเขา ไม่ได้สปอยล์นะ แต่นี่มัน Christmas Carol ของ Charls Dickens ชัดๆ เลย กลับมาที่ Howard เมื่อเขาครองโลกโฆษณา เขามักจะถามว่า “ What is your why ? ” (แน่นอน นี่ก็อีกเรื่องที่ไม่ปลื้มเท่าไหร่) หลังจากได้ดูหนังเรื่องนี้แล้ว บอกได้เลยว่า Why ของผมคือการเตือนพวกคุณว่าอย่าไปเสียเงินเสียเวลาอีกเลย เรารู้เรื่องราวของ Scrooge มามากพอแล้ว

แต่ถ้ามองอีกมุมมองอีกด้าน หนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ให้กำลังใจ สำหรับคนที่กำลังท้อ กำลังผิดหวัง และไม่รุ้จะมองไปหาใคร มองไปด้านไหนก็ มืดแปดด้าน หนังเรื่องนี้ ได้นำเสนออกมาให้เห็นรูปแบบของคนกำลังหมดหวัง ถ้าแยากดูไว้เป็นกรณีศึกษา เผื่อชีวิตจะเจอปัญหาคล้ายเรื่องนี้ คุณสามารถลองดู ตัวอย่างหนัง เรื่องนี้ได้ที่นี่ ก่อนที่จะตัดสินใจดูจริง ๆ บางคนอาจจะชอบ หรือไม่ชอบ ต้องลอง คลิ๊กเลย

ขอบคุณข้อมูลจาก rollingstone.com/movies/reviews/peter-travers-collateral-beauty-movie-review-w455811